การให้อำนาจชุมชน






|
การเริ่มต้นเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
|
.
บันทึกของผู้ฝึก
.
|
การนำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ชุมชนไม่ได้เกิดเฉพาะกาล
หรือปราศจากการเตรียมการ
|
.
เตรียมแนวทางก่อนการเปลี่ยนแปลง
..
หลังจากผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้เตรียมที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว
เขาหรือเธอต้องทำการเตรียมการในชุมชนก่อนการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่เริ่มโดยปราศจากการวางแผนและการเตรียมการ
และต้องแน่ใจว่ามีส่วนประกอบที่จำเป็นพร้อม
..
ถ้าท่านกำลังจัดการฝึกสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ให้ใช้เอกสารนี้ ท่านจะพบว่าบทเรียนนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแนะนำผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพตั้งแต่สิ่งแรกที่เขาต้องกระทำเลยทีเดียว
และต้องเน้นย้ำอีกครั้งว่า"การลงมือปฏิบัติ"เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้
และท่านสามารถจัดการฝึกให้กิจกรรม
"การฝึกปฏิบัติ" เกิดประโยชน์สูงสุดในการที่ผู้ฝึกจะได้เรียนรู้ในการนำการเปลี่ยนแปลง
..
นี่เป็นเวลาที่ดีสำหรับท่านที่จะเตือนพวกเขาว่ามันสำคัญมากที่จะต้องทำและรักษา"หลักฐานในกระดาษ"การที่ผู้รับการฝึกของท่านจะทำงานในชุมชนได้อย่างไรนั้น
เป็นผลมาจากการที่พวกเขารู้สถานการณ์มากน้อยเพียงใด
และรู้ธรรมชาติของชุมชนว่าเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ ยังต้องเตือนพวกเขาอีกว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำงานอยู่ในชุมชนเดียวตลอดกาล
และพวกเขาต้องเริ่มเตรียมวัสดุที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของพวกเขาเอง
ถ้าพวกเขาไม่ทำและทิ้งไปเฉยๆ
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงคนต่อมาก็จะต้องเริ่มจากจุดตั้งต้นอีกครั้ง
และไม่สามารถสานต่อประสบการณ์และการสังเกตุของผู้นำการเปลี่ยนแปลงคนก่อนได้
ต้องเตือนผู้ฝึกของท่านให้เริ่มและทำอย่างต่อเนื่องโดยเขียน
บันทึกประจำวัน.
..
นี่คือห้วงระยะที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องการในการเตรียมชุมชน
เพื่อที่จะได้ลงมือปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ดูใน"วิธีการฝึก"ชี้ให้เห็นถึง"การเล่นแสดงบทบาท"ท่านจะจัดการแสดงบทบาทอย่างไรก็ขึ้นกับท่าน
มีหลายวิธีในการแสดงบทบาท
ท่านอาจมอบหมายให้ผู้ฝึกหลายคนแสดงบทบาท
เป็นสมาชิกชุมชน, ผู้นำท้องถิ่น,
ที่ปรึกษา และนายกเทศบาล, เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่จะออกใบอนุญาตสำหรับการทำงานภาคสนาม(ถ้ามีตำแหน่งนี้
หรือจำเป็นต้องขออนุญาตก่อน)"หัวหน้า"หรือผู้ควบคุมดูแลผู้นำการเปลี่ยนแปลง
และตำแหน่งอื่นๆ ที่จะแสดงถึงสถานการณ์ในท้องถิ่น
ด้วยการสร้างบทบาทให้ได้เล่นกันนี้จะทำให้ผู้ฝึกได้เข้าใจถึงผู้เล่นหลากหลายในกระบวนการ
และเข้าใจในผลลัพธ์ได้ดีขึ้น
..
วงจรการเปลี่ยนแปลง:
..
เมื่อผู้ฝึกของท่านเริ่มทำงานนั้นก็เป็นบริบทของ"วงจรการเปลี่ยนแปลง"พวกเขาควรจะมีความทรงจำเล็กๆ
น้อยๆเกี่ยวกับวงจร ท่านสามารถเพิ่มเอกสารจากบทเรียนฝึกเรื่อง"วงจรการเปลี่ยนแปลง"ถ้าพวกเขาต้องการรายละเอียดที่มากกว่าในช่วงนี้
..
ในการฝีกของท่าน
อย่าทำเพียงแค่ให้ดูวงจร หรือแจกเอกสารการสอนเท่านั้น
แต่ให้ถามถึงส่วนประกอบของวงจรจากกลุ่มผู้รับการฝึก
และเขียนลงบนกระดาน ในตอนแรกอาจเป็นหัวข้อเรียงจากบนลงล่าง
เช่น ประเมินความต้องการ, เลือกโครงการของชุมชน,
ออกแบบโครงการ, การนำไปปฏิบัติ
และการประเมินผล ในขณะที่ท่านไม่ได้ให้ส่วนประกอบแก่พวกเขา
แต่ใช้การถามคำถามดึงเอาส่วนประกอบออกมาจากกลุ่มผู้รับการฝึก
เขียนลูกศรย้อนกลับจากรายการด้านล่างขึ้นมาข้างบนก็จะหมายถึงการวนเวียนเป็นวงจรนั่นเอง
..
ความท้าทายในช่วงนี้ก็คือการชี้ให้ผู้รับการฝึกหลาย่คนแสดง"บทบาท"ของแต่ละขั้นในวงจร
พวกเขาอาจใส่ป้ายอันใหญ่ที่ชี้ว่าอยู่ขั้นใด
พวกเขาจะว่าอย่างไรกันเมื่อวงจรได้เกิดขึ้น?
ถ้าผู้รับการฝึกสามารถทำแบบที่ว่าได้
ให้ขอร้องให้เขาทำมันอีกครั้ง
หรือให้ผู้เล่นชุดใหม่เข้ามา,
คราวนี้ให้แสดงโดยไม่ต้องใช้เสียงพูด
มันจะเป็นการสนุกและสามารถเรียกเสียงหัวเราะหรือความพยายามบางอย่างที่น่าอาย
แต่มันก็จะช่วยทำให้ผู้รับการฝึกเกิดความประทับใจต่อวงจร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละสถานที่
..
มีสไลด์ภาพวาดลายเส้นของจูเลียนน่า
คูรูฮิอิราที่เป็นวงจรของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในเว็บไซต์นี้
สไลด์มีความละเอียดและมีรายละเอียดมากกว่าเว็บเพจในบทเรียนนี้
ถ้าท่านมีสถานที่ที่สามารถฉายมันขึ้นบนจอได้
ก็จะเป็นการใช้เวลาในการพักช่วงที่ดีในการประชุมเชิงปฏิบัติการ
ท่านอาจจะเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
และแสดงให้ผู้รับการฝึกได้ดูสองถึงสามครั้ง
ดู"วงจรการเปลี่ยนแปลง"."
(เมื่อคุณคลิ๊กบน"Power
Point"สไลด์จะเริ่ม; ท่านสามารถที่จะจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของท่าน
(โดยใช้คำสั่ง"บันทึกเป็น").
..
เตือนผู้รับการฝึกให้ทราบว่างานของพวกเขาต้องขึ้นกับวงจรซึ่งชุมชนจะไม่ได้รับการพัฒนาโดยมีแค่เพียงหนึ่งโครงการ
แต่วงจรจะต้องทำขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และแตกต่างกันไปในแต่ละห้วงเวลาขึ้นอยู่กับสภาพการเปลี่ยนแปลงขณะนั้นๆ
..
การขออนุญาติ
..
ท่านต้องอธิบายให้กับผู้รับการฝึกของท่านทราบว่าพวกเขาต้องได้รับ
การอนุญาติ
หรือการยินยอมสองชนิดในการที่จะเริ่มงานให้แต่ละตำบล
ชนิดแรกเป็นแบบทางการ, กฏหมายหรือการอนุญาติเป็นทางการ
และอีกชนิดคือแบบไม่เป็นทางการ
..
การอนุญาติเป็นทางการมักจะธรรมดา
และตรงไปตรงมา จำไว้ว่า"ธรรมดา"ไม่ได้หมายความว่า"ง่าย"ความเป็นทางการมักจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
และอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละเขต
แต่ละตำบลด้วย เนื่องจากการขอดังกล่าวจะขึ้นกับระเบียบและข้อบังคับของรัฐบาลซึ่งมักจะถูกเขียนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
..
การขออนุญาติที่เป็นทางการง่ายที่จะอธิบาย
และไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนที่จะอธิบาย
แค่หมายความแค่เพียงได้รับความเป็นมิตรจากผู้มีอำนาจหรือผู้นำในพื้นที่
เพื่อที่พวกเขาจะกลายมาเป็นมิตรมากกว่าที่จะเป็นอุปสรรค
ความร่วมมือของพวกเขาจะมีค่าเป็นอย่างมาก
และการต่อต้านของพวกเขาก็สามารถเป็นความหายนะได้เหมือนกัน
..
เป็นการง่ายที่จะได้มาซึ่งใบอนุญาติอย่างเป็นทางการ
ซึ่งจะออกมาในรูปของการได้รับจดหมายอนุญาติหรือใบรับรอง
แต่การอนุญาติอย่างไม่เป็นทางการไม่สามารถชี้ชัดได้เจาะจง
อธิบายให้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของท่านทราบว่าจะต้องขออนุญาติในขณะที่อยู่ในกระบวนการในแต่ละพื้นที่
..
การฝึกที่ดีที่สุดอันหนึ่งในห้วงการฝึกนี้คือการเตรียมผู้รับการฝึกในรับมือกับนิยามของการอนุญาติทั้งสองแบบในตำบลหรือเขตของพวกเขา
..
แบ่งผู้รับการฝึกออกเป็นสองกลุ่มๆ
ละประมาณสองถึงห้าคน คนหนึ่งในแต่ละกลุ่มเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
อีกคนหนึ่งในแต่ละกลุ่มจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องผู้ซึ่งมีอำนาจในการให้ใบอนุญาติผู้นำการเปลี่ยนแปลงทำงานในพื้นที่
ผู้เล่นที่เหลือจะเป็นคนคอยแนะนำทั้งสองกลุ่ม
แยกผู้เล่นทั้งสองกลุ่มออกจากกัน
และบอกคนที่แนะนำให้ติวผู้รับคำแนะนำในการเล่น
..
สำคัยอย่างยิ่งที่กลุ่มที่แนะนำ"เจ้าหน้าที่รัฐ"จะต้องหาข้อสงสัย
สมมุติฐานและความกลัวทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้อง
ในทางตรงข้าม กลุ่มที่แนะนำ"ผู้นำการเปลี่ยนแปลง"ต้องหาผลประโยชน์ที่มีต่อชุมชนและต่อผู้นำที่จะเกิดเพิ่มขึ้นต่อชุมชนในพื้นที่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น
..
บอกกลุ่มต่างๆให้พบกันในสถานที่ที่แยกจากกัน
หรืออย่างน้อยคนละมุมห้องกันและเตรียมการสักสิบถึงสิบห้านาที
ต่อมาให้นำมาพบกัน พร้อมด้วยผู้รับการฝึกอื่นๆ(ผู้ซึ่งจะเป็น
"ผู้รับฟัง") ของการเล่นนี้และให้พวกเขาเริ่มแสดงตั้งแต่ตอนที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเริ่มเคาะประตูห้องเจ้าหน้าที่รัฐ
และมาขออนุญาติที่จะทำงานที่ชุมชนในพื้นที่
..
ถ้ากลุ่มผู้รับการฝึกเป็นกลุ่มใหญ่
สามารถทำแบบนี้ได้หลายๆ ครั้ง
หลังจากทำแบบนี้หนึ่งหรือสองครั้ง
ท่านอาจอยากทิ้งไพ่"ตัวสำคัญ"เข้าไปในกองไพ่
ตั้งกลุ่มที่สามซึ่งจะแนะนำคนทำงานท้องถิ่นตัวเป็นเกลียวหรือ"ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์"ซึ่งพอดีไปอยู่และหาข่าวในสำนักงานของเจ้าหน้าที่นั้นด้วย
และจะเป็นผู้ถามคำถามซึ่งเป็นที่ถกเถึยงที่ไม่คาดคิดเข้าสู่วงถกแถลง
..
หลังจากการแสดงสมมุติดังกล่าว
ช่วงต่อเนื่องตามหลังมายิ่งมีความสำคัญมาก
ท่านอาจต้องการให้มีการสรุปประเภทของคำถามของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจถามได้บนกระดาน
คำถามซึ่งอาจทำให้กิจกรรมในชุมชนต้องหยุดชั่วคราว
และข้อโต้แย้งที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปใช้
ให้ผู้รับการฝึกทั้งหมดช่วยท่านทำรายการบนกระดาน
ให้เล่นเกมส์นี้ และสรุปสิ่งที่ตามมาถึงแม้ว่าสถานที่นั้นอาจไม่ต้องการการอนุญาติที่เป็นทางการ
ข้อโต้แย้งของพวกเขาจะมีประโยชน์ในการทำให้ผู้รับการฝึกเข้าใจหน้าที่ของพวกเขา
..
การกระตุ้นความตื่นตัว
..
กระบวนการ การกระตุ้นความตื่นตัว
ในระหว่างประชากรหมู่มากมีความคล้ายกันกับกระบวนการที่จะได้มาซึ่งการอนุญาติที่เป็นทางการจากผู้มีอำนาจในท้องถิ่น
บอกผู้รับการฝึกของท่านว่าพวกเขาต้องพยายามหา(และรักษา)พันธมิตร
และผู้สนับสนุนจากประชาชนทั่วไป
..
ในบทการฝึก ท่านอาจใช้วิธีแสดงสมมุติด้วย"ตัวสำคัญ"หลากหลายแบบ
และตามด้วยห้วงการสรุปเหมือนข้างต้น
..
ในระหว่างการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวนี้
ต้องเตือนผู้รับการฝึกเสมอว่างานของพวกเขาจะต้องหลีกเลี่ยงการเกิดความคาดหวังซึ่งไม่เป็นความจริง
นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของชุมชนไม่ได้หมายความว่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะต้องยอมรับสิ่งใดก็ตามที่สมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนเสนอต้องการให้เป็นวัตถุประสงค์หลักเสมอไป
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องกระตุ้นให้ชุมชนได้เสนอคำแนะนำที่ง่ายและพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
ท่านอาจเตรียมหน้าที่ในชุมชนของท่านในการแสดงสมมุติ
เช่น บอกพวกเขาให้ขอสถานพยาบาลพร้อมแพทย์
แต่ผู้เล่นในบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงอาจได้รับการสอนให้ถามว่าสถานพยาบาลนั้นสร้างเพื่อให้โรคลดน้อยลงหรือไม่
ถ้าใช่ การหาแหล่งน้ำสะอาดและการใช้ห้องสุขาที่ถูกต้องน่าจะเป็นทางแก้ปัญหาต่อปัญหาของโรคได้ดีกว่า(ให้ดูบท
"น้ำ").
..
การจัดการเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
..
ท่านต้องแน่ใจว่าผู้รับการฝึกของท่านจะต้องไม่สมมุติเอาว่าชุมชนจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
คำว่า"ชุมชน"มักจะทำให้เข้าใจผิดว่ามันมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันความเชื่อที่มักจะคิดกันประจำมักจะคิดถึงชุมชนในแง่ที่เป็นสถานที่ที่สงบซึ่งทุกคนรู้จักกันและกัน
รักและให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
ดู การจัดการเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
..
เป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยนักสังคมวิทยาทั้งหลาย
ในบทเรียนหลังๆ ยิ่งมี วิชามนุษยวิทยา
รวมอยู่ในการฝึกมากขึ้นๆ และความขัดแย้งจะปรากฏชัดขึ้น
ด้วยเหตุผลทางการฝึก ในระยะแนะนำการฝึก
เป็นสิ่งจำเป็นที่ท่านต้องบอกผู้รับการฝึกว่ามันมีความขัดแย้งหลายอย่างที่ซ่อนอยู่และที่ไม่ได้ซ่อนอยู่
และเหมือน"การชักกะเย่อ"ในทุกๆ
ชุมชน ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะทำให้สังคมอ่อนแอ
ดังนั้นส่วนที่สำคัญในงานของผู้นำการเปลี่ยนแปลงคือการชักนำให้สมาชิกชุมชนละวางความแตกต่างระหว่างพวกเขาเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในบางกิจกรรมที่ให้อำนาจแก่ชุมชน
..
ผู้รับการฝึกต้องเรียนรู้ว่าการจัดการเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นไม่ใช่เป็นเพียงขั้นตอนเดียวในงานของพวกเขา
พวกเขาไม่สามารถทำให้สังคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(ครั้งเดียวและตลอดเวลา)แล้วไปทำสิ่งอื่นๆ
ต่อไปได้ มันเป็นสิ่งที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำงานของพวกเขาในชุมชน
..
ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย
ได้แก่(ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้)
-
การแข่งขันกันระหว่างกลุ่มหรือเชื้อชาติที่หลากหลาย;
-
ความแตกต่างในความสัมพันธ์ต่อกรรมสิทธิ์(เหมือนที่
คาลล์
มาร์ก เขียนไว้
–
แรงงานต่อสู้กับเจ้าของ);
และ
-
ความแตกต่างในด้าน
-
ภาษา,
-
ความเชื่อและการปฏิบัติด้านศาสนา,
-
โครงสร้างของครอบครัว,
-
ชาติพันธุ์ที่ปรากฏ(เรียกว่า
"เชื้อชาติ")
-
เพศ,
-
อายุ และ
-
ความพิการทางร่างกายหรือทางจิตใจ
– ความแตกต่างเกือบจะทุกอย่างในลักษณะทางสังคม(เช่น
ลักษณะทางร่างกายซื่งมีความหมายทางสังคมแฝงอยู่)
..
บางครั้งผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องยอมรับกิจกรรมท้องถิ่นหลายๆ
อย่างและทำงานอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น
หรือยืนกรานอว่ายังมีข้อเท็จจริงบางประการซึ่งในอดีตได้ถูกหลงลืมไปจะค้นพบได้ในการประชุมชุมชน
มีตัวอย่างสองตัวอย่างจากประสบการ์ของผมเอง
..
ตัวอย่างเช่น
การทำงานในชุมชนมุสลิมดั่งเดิม
มีข้อจำกัดหลายอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มสตรี
เราต้องค่อยๆ ก้าวไปอย่างระมัดระวัง
จากการได้พรและความร่วมมือของมาลาม
เราสามารถให้การฝึกงานด้านสังคมแก่ผู้หญิงได้โดยใช้ผู้ฝึกที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น
และทำงานได้เฉพาะที่บ้านของพวกเขาเท่านั้น(ดู
CBSW)
..
ในทางตรงข้าม
ในประเทศกานาทางภาคเหนือ กลุ่มมุสลิมที่ไม่เคร่งครัดนักในบางสถานที่
เราเรียกประชุมหมู่บ้านเพื่อจัดลำดับความสำคัญของหมู่บ้าน
แต่มีแต่ผู้ชายมาประชุม เราได้อธิบายอย่างสุภาพว่าเราหมายถึงทุกคน
เราเลื่อนการประชุมโดยไม่เปิดเผยจุดประสงค์ของเรา
และจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในวันต่อมา
ผู้หญิง(และผู้พิการ และชนกลุ่มน้อย)มาเข้าร่วมในวันที่สอง
..
ให้ดูบทว่าด้วย
เพศ.
มีหลากหลายวิธีที่จะได้ข้อความจากชุมชน
ถ้าท่านคุ้นเคยกับกลุ่มหลักๆ
ที่ได้รับการฝึกฝนมา ท่านสามารถจัดช่วงการแสดงสมมุติให้หลากหลายทำให้ผู้รับการฝึกสามารถรับมือได้กับหลายตำแหน่ง
และตำแหน่งผู้นำการเปลี่ยนแปลง(พร้อมด้วยเหล่าผู้ให้คำแนะนำซึ่งประกอบด้วยผู้รับการฝึกคนอื่นๆ)ต้องหายุทธศาสตร์ใหม่ๆเพื่อที่จะรับมือกับพวกเขา
..
คุณสามารถที่จะใช้ผู้เชี่ยวชาญในการให้การฝึกในพื้นที่ได้
ในงานของผมที่แอฟริกา ตัวอย่างเช่น
ในการพัฒนายุทธศาสตร์ในเรื่องเพศ
ผมพบว่าบ่อยครั้งที่จะมีกระทรวงที่ว่าด้วยเพศ(หรือชื่ออื่นที่ลักษณะคล้ายกัน)ซึ่งมีบุคลากรที่ได้รับการฝึกอย่างดีซึ่งกระหายที่จะแสดงความรู้ในห้วงการฝึก
..
ข้อตกลงสาธารณะ
..
หนึ่งในความชำนาญของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการที่สุดคือความสามารถที่จะ
พูดในที่สาธารณะในขณะที่มีคนแปลกหน้าเป็นผู้ฟัง
..
ในขณะที่ความสามารถพิเศษอันนี้บางครั้งจะพบได้ว่าได้มาโดยธรรมชาติในบางคน
แต่ความชำนาญดังกล่าวสามารถเรียนรู้ได้
สิ่งกีดขวางหรือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดคือความกลัว,
ความกังวล หรือความวิตก เมื่อทุกคนสามารถเอาชนะอารมณ์ดังกล่าวได้ทั้งหมด
ทักษะดังกล่าวก็จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้
..
ทักษะการพูดในที่สาธารณะที่ดีไม่เพียงแต่ความสามารถที่จะพูดให้ดัง
ช้า และใช้ภาษาที่ง่ายเท่านั้น
แต่รวมถึงความสามารถในการฟังผู้อื่นพูด,
ตอบโต้กับสิ่งที่พวกเขาพูดเมื่อพวกเขาเงียบไป
และความสามารถที่จะพัฒนาความเป็นมิตรกับผู้ฟัง
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแต่ต้องเคารพสมาชิกอื่นในชุมชนเท่านั้น
แต่รวมถึงการได้รับการนับถือโดยพวกเขาด้วย
และแสดงให้เห็นได้ในการพูดในที่สาธารณะ
..
อย่าทำให้ผู้รับการฝึกหวาดกลัวด้วยการเขียนรายการเหล่านี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มของการพูดในที่สาธารณะ
ในตอนแรกมันอาจฟังดูเป็นที่ประสงค์
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของท่านจะมีความวิตกต่อสิ่งเหล่านั้นน้อยลงหลังจากที่พวกเขาค้นพบว่าพวกเขาสามารถเรียนและฝึกมันได้
–
เริ่มต้นจากช่วงการฝึกของท่าน
..
นี่คือที่ซึ่ง"เรียนรู้ด้วยการกระทำ"เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
..
ถ้าท่านมีเวลาการฝึกเชิงประชุมปฏิบัติการเป็นเวลาห้าวัน
ท่านอาจจัดห้าหรือหกช่วงเวลาสั้นๆ
ในการพูด หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดคือฝึกที่จะคิดในมุมมองของคนอื่น
ประกอบกับการจัดองค์กร"โทสท์มาสเตอร์"ท่านจัดให้มีเกมส์ที่ให้คนๆ
หนึ่งออกมาหน้ากลุ่ม และให้คำที่เขาไม่รู้มาก่อนล่วงหน้า
และให้คนนั้นพูดเกี่ยวกับคำนั้นประมาณสองนาที
หัวข้อต่างๆ รวมถึงคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ
เช่น"กล้วย","แม่ยาย"หรือ"ถังขยะมีฝาปิด"."
..
ถ้าคุณจัดการฝึกให้ชุดผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกๆ
เดือน(หรือทุกสองเดือน)ซึ่งเราแนะนำนี่ก็เป็นช่วงการฝึกซึ่งสามารถรวมเข้าไปได้ในทุกๆ
เดือน
..
การปรับเปลี่ยนของช่วงนี้สามารถทำได้โดยการส่งผู้พูดออกไปนอกห้องสักสองนาทีเพื่อคิดเกี่ยวกับหัวข้อซึ่งท่านได้ให้แก่เธอหรือเขา
ในขณะเดียวกัน ท่านบอกผู้รับการฝึกที่เหลือให้พวกเขาเปลี่ยนหัวข้อโดยที่ไม่เอ่ยถึงหัวข้อก่อนหน้า
ผู้พูดอาจได้รับหัวข้อเช่น"การเปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์"ในขณะที่กลุ่มอาจให้หัวข้ออื่นเช่น"การแกะเปลีอกหอยเชลล์"จะให้เวลาผู้พูดสี่นาทีที่จะพูดเกี่ยวกับหัวข้อแต่ให้พูดถึงหัวข้อซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ฟังด้วย
และเชื่อมต่อเรื่องเข้าด้วยกัน
หรือเปลี่ยนหัวข้อไปเป็นหัวข้อที่ผู้ฟังต้องการ
..
นี่เป็นช่วงเวลาที่ท่านจะรู้สึกมีอารมณ์ไปกับการวิจารณ์
สำหรับคนขี้อายซึ่งมีบุคลิกที่ต่อต้านการพูดแล้ว
การวิจารณ์อาจทำให้ความกล้าของพวกเขาหายไป
และจำกัดพวกเขาจากการพัฒนาทักษะที่จำเป็นน
นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะแนะนำกฏพื้นฐานของการระดมความคิด(ดูการระดมความคิด)หรือข้อความคำสำคัญ"ชิท
แซนด์วิช"ซึ่งจะมีประโยชน์ในการจัดการ
ท่านอาจยืมเอากระบวนการจากการประชุม
AA'1 ผู้ฟังจะถูกสอนให้ปรบมือทุกครั้งที่ผู้พูดพูด
ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม
..
ถ้าท่านมีการสนับสนุนทางเทคนิก
นี่เป็นช่วงเวลาที่เครื่องบันทึกภาพ(เครื่องบันทึกวีดีโอเทป)จะสามารถใช้ได้อย่างมีประโยชน์
ใช้วีดีโอของท่านบันทึกการพูดของผู้พูดแต่ละคน
และมอบเทปให้กับพวกเขาไป และมีห้องส่วนตัวพร้อมหูฟังและจอภาพเล็ก
เพื่อให้พวกเขาได้ดูเทปอย่างเป็นส่วนตัว
ให้ท่านให้ตัวเลือกแก่พวกเขาที่จะลบสิ่งที่บันทึกอยู่ในเทป
หรือว่าเอามาเปิดให้เพื่อนของพวกเขาดู
พวกเขาอาจอยากเลือกที่จะเอากลับบ้านไปดูถ้าบ้านพวกเขามีเครื่องที่จะเปิดดูได้
มากกว่าที่จะรับการวิจารณ์และคำแนะนำจากตัวท่านหรือผู้รับการฝึกคนอื่น
ท่านจะให้ความเห็นต่อการนำเสนอของผู้พูดได้เฉพาะตัวผู้พูดเท่านั้น
ซึ่งอาจถูกนำมาใช้ และทำลาย
เป็นการส่วนตัว
..
การท้าทายชุมชน
..
ตลอดทั้งการฝึก
จะมีอยู่แค่ประโยคเดียวที่เป็นแนวคิดทั้งการฝึก
แก่นของวิธีการให้อำนาจทางสังคมวิทยาคือองค์กรจะแข็งแรงได้ก็ด้วยความต่อสู้,
ความพยายาม หรือการฝึกฝน หลักการที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำแนะนำของเราก็คือท่านสามาถฝึกผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการทำให้พวกเขาได้พบกับสถานการณ์ที่พวกเขาต้อง"กระทำ"หรือฝึกในงานของพวกเขามากกว่าที่จะมานั่งเรียนในห้องเรียน
ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้แนวคิดองค์กรบริจาค;
การให้แก่คนจนไม่ได้ทำให้พวกเขามีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้มากขึ้น
แต่ต้องฝึกให้พวกเขาคาดหวังและใช้คู่มือเป็นตัวช่วย
..
สถานการณ์หนึ่งในการแสดงสมมุติที่ผู้รับการฝึกของท่านสามารถเล่นได้มีอยู่ในตัวอย่างในคู่มือนี้"การท้าทายชุมชน"แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งประกอบด้วย "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง"และที่ปรึกษาของเขาหรือของเธอ
และอีกกลุ่มหนึ่งแสดงเป็นชุมชน
ท่านสามารถใช้คู่มือนี้ และสอนให้ชุมชนรู้จักร้องขอสถานพยาบาล
และให้เป็นหัวข้อท้าทายแก่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์และชี้นำพวกเขาให้เลือกระบบน้ำสะอาดน่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการลดการเกิดโรค
..
ให้ผู้รับการฝึกได้เสนอบทเล่นอื่นๆ
ที่ชุมชนจะได้ร้องขอบางอย่าง
และผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะนำพวกเขาผ่านสิ่งที่เขาเรียกร้องไปสู๋ตัวเลือกที่น่าจะเป็นจริงได้มากกว่า
..
การจัดการเพื่อความเข้มแข็ง
..
หลักการที่เป็นแก่นอีกอันหนึ่งของทฤษฏีการให้อำนาจ(หลังจากการต่อสู้เพื่อความแข็งแรง)ก็คือ
การจัดการเพื่อความแข็งแรงและการจัดองค์กรที่ดีกว่าสามารถสร้างความแข็งแกร่งได้มากกว่า
..
หลักฐานในประวัติศาสตร์ในด้านสังคมวิทยาของการประยุกต์หลักการนี้มาจากข้อเขียนของ
แม็กซ์
เวเบอร์ผู้เขียนเกี่ยวกับคุณลักษณะของระบบราชการที่เอื้อในการให้อำนาจ
ขณะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาสอนสังคมวิทยาก็จริง(ซึ่งนั่นจะตามมาหลังในการฝึกผู้นำการเปลี่ยนแปลง)มันจะมีประโยชน์ต่อท่านในฐานะผู้ฝึกในการที่จะรู้เกี่ยวกับสังคมวิทยาในการฝึก
..
สหภาพองค์กรการค้าเป็นที่รู้จักกันมาเป็นศตวรรษว่าถ้าท่านนำเอากลุ่มคนที่ไม่ได้จัดระเบียบ(ซึ่งทำงานในบริษัทเดียวกัน)นำมารวมกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งและช่วยพวกเขาในการจัดตั้งองค์กรทางสังคมขึ้นมาแล้ว
พวกเขาก็จะได้มาซึ่งอำนาจ
เจ้าของธุรกิจและผู้จัดการหลายคนไม่ชอบสหภาพเพราะสหภาพมีอำนาจมาก
พวกเขาสามารถใช้อำนาจเพื่อปกป้องตัวพวกเขาเองจากเงินเดือนและค่าจ้างที่ต่ำไม่ยุติธรรม
และจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อันตราย
..
หลักการนี้สามารถใช้ได้กับทุกกล่ม
และได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการให้อำนาจแก่ชุมชน
..
ทำอย่างไรท่านจะแสดงตัวอย่างให้กับผู้รับการฝึกของท่านดูได้?
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชนที่มีศักยภาพจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการ
..
มาถึงตอนนี้ คำแนะนำผู้ฝึกแนะนำให้ใช้การแสดงสมมุติให้ผุ้รับการฝึกได้แสดงเป็นผู้เล่นที่หลากหลายในกระบวนการเปลี่ยนแปลงชุมชน
นี่จะช่วยพัฒนาทักษะของพวกเขาและให้ความเข้าใจที่แจ่มชัดในสถานการณ์
และเจตคติของประชาชนที่พวกเขาต้องพบและร่วมงานในการให้อำนาจแก่ชุมชน
ในส่วนนี้อาจเป็นเพียงวิธีหนึ่งซึ่งอาจมีอีกหลายวิธีในการฝึกที่มีความเหมาะสมมากกว่านี้
..
ในการอธิบายหลักการ
และแสดงให้เห็นด้วยตัวอย่างของสองทีมฟุตบอลที่มีทักษะการเล่นที่เท่าเทียมกัน
ให้ผู้รับการฝึกได้ช่วยกันคิดถึงสถานการณ์อื่นที่กลุ่มที่ได้รับการจัดระเบียบจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดระเบียบถึงจะมีคุณลักษณะอื่นๆที่เหมือนกันก็ตาม
ให้จดสิ่งเหล่านี้ไว้บนกระดาน
ให้เริ่มต้นจากทีมฟุตบอล ต่อไปนี่กลุ่มอื่นๆ
เช่นทหารต่อสู้สงคราม และผู้ทำรายการทำรายการที่เหมือนๆ
กัน ดูว่าผู้รับการฝึกสามารถนึกถึงตัวอย่างอื่นอีกได้หรือไม่?
..
ถ้าคุณมีกลุ่มผู้รับการฝึกกลุ่มใหญ่
แบ่งกลุ่มให้เป็นกลุ่มเล็กเพื่อเตรียมสำหรับการถกแถลงในหัวข้อการจัดระเบียบ
และทำอย่างไรจะมีองค์กรเกิดขึ้นได้
แต่ละกลุ่มอาจได้รับให้เลือกเป็นทหาร,
อีกกลุ่มเป็นทางด้านการค้า
และอีกกลุ่มอาจเป็นทางกิจกรรมทางศาสนา(ถ้ามีความเหมาะสมทำได้)และอื่นๆ
ถามแต่ละกลุ่มว่าองค์กรของพวกเขาควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรในการที่จะทำให้มีประสิทธืภาพสูงสุด
ให้โฆษกแต่ละกลุ่มมารายงานกลับที่ห้องกลาง
บทเรียนที่สำคัญคือการจัดองค์กรนั่นคือกระบวนการที่ทำให้เข้มแข็ง
และไม่ได้มีลักษณะเฉพาะต่อชุมชน
..
สรุป; การฝึกผู้นำการเปลี่ยนแปลง:
..
วิธีที่ท่านใช้เพื่อกระตุ้นผู้รับการฝึกให้ได้เรียนรู้ว่าการจะนำการเปลี่ยนแปลงควรมีลักษณะที่หลากหลายและน่าสนใจ
มันจะต้องไม่ใช่แค่การมานั่งฟังและนำเสนอในห้องเท่านั้น
แต่ต้องมีวิธีการหลากหลายที่ผู้รับการฝึกจะได้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของพวกเขาเอง
ความหลากหลายจะช่วยทำให้กระบวนการเรียนรู้มีชีวิตชีวา
พัฒนาความเข้าใจ และทำให้จดจำได้ดี
..
อย่ายึดติดกับวิธีการดั่งเดิม
หรือแม้แต่วิธีที่ปรากฏอยู่ในคู่มือนี้
ถ้าท่านสรรสร้างวิธีการฝึกใหม่ของท่านเอง
ก็จะช่วยให้การฝึกของท่านมีชีวิตชีวา
น่าท้าทามมากขึ้น และน่าตื่นเต้นมากขึ้นไปด้วย
..
ยิ่งไปกว่านี้
ท่านอาจลองเชิญผู้ฝึกจากภายนอกเข้ามาอย่างน้อยสองถึงสามห้วงในทุกๆ
การฝึกเชิงปฏิบัติการ ทำให้ส่วนนั้นมีความน่าสนใจโดยให้ผู้นำเสนอมีความหลากหลายในระหว่างห้วงการเรียน
เช่น ใช้สื่อนำเสนอที่แตกต่างกันไปในแต่ละห้วง:
ใช้สไลด์, เครื่องฉายข้ามศีรษะ,
ภาพยนต์, วิดีโอ, หุ่นกระบอก,
กระดานผ้าสักหลาด, การแสดงสมมุติ,
การเต้นรำท้องถิ่น และกลุ่มการแสดง,
คณะประสานเสียง และกลุ่มศิลปวัฒนธรรม
อย่าใช้สื่อเดิมๆ เป็นระยะเวลานานๆ
ในแต่ละห้วง และสลับสับเปลี่ยนให้แตกต่างไปในแต่ละห้วง
..
แม้แต่การแสดงสมมุติก็ทำให้มีความแตกต่างกันได้;
ลองการแสดงหุ่นกระบอกซึ่งให้ผู้รับการฝึกใช้แทนการแสดงโดยการใช้ร่างกายตนเอง
พวกเขาสามารถใช้รูปภาพโดยใช้กระดานสักหลาด
นี่ก็เป็นตัวเลือกในการแสดงสมมุติ
..
ความหลากหลายจะเป็นเครื่องปรุงชั้นครู
..
––»«––
..
|
หมายเหตุ 1
(AA = ผู้ติดสุรานิรนาม)
|
.....